LUNARISE STUDIO CHIANG MAI สมัครงานเลย

สตรีมเมอร์ต้องเสียภาษีไหม?
คำตอบตรง ๆ พร้อมตัวเลขที่คำนวณให้ดู

คำถามนี้เข้ามาทาง LINE เป็นประจำ และมักจะมาในรูปแบบเดียวกัน: "ถ้าเริ่มมีรายได้จริงจัง จะโดนภาษีจนไม่เหลืออะไรไหม"

คำตอบสั้น ๆ คือ ต้องยื่น และส่วนใหญ่ต้องเสีย — แต่น้อยกว่าที่กลัวกันมาก คนที่มีรายได้เดือนละห้าหมื่นบาท จ่ายภาษีจริงประมาณ 3–4% ของรายได้ทั้งปี ไม่ใช่ 20% หรือ 30% อย่างที่หลายคนเข้าใจ ตัวเลขที่เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์สูง ๆ ในตารางภาษี เป็นอัตราของขั้นสุดท้าย ไม่ใช่ของเงินทั้งก้อน

บทความนี้ไล่ให้ดูทีละขั้นว่าคำนวณยังไง ยื่นเมื่อไหร่ และต้องเริ่มเก็บอะไรตั้งแต่วันนี้ เขียนสำหรับคนทำงานสตรีมมิ่งและงานออนไลน์ในไทยโดยเฉพาะ

⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องบอกก่อน
เราเป็นสตูดิโอ live streaming ไม่ใช่สำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี ทุกอย่างในหน้านี้คือความเข้าใจทั่วไปที่ใช้อธิบายให้โมเดลของเราฟัง ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีรายบุคคล ก่อนยื่นจริงให้ตรวจสอบกับ กรมสรรพากร (rd.go.th) หรือผู้ทำบัญชีเสมอ เพราะเกณฑ์และค่าลดหย่อนมีการปรับได้ทุกปี

แยกให้ชัดก่อน: "หน้าที่ยื่น" กับ "ภาษีที่ต้องจ่าย" คนละเรื่องกัน

นี่คือจุดที่คนสับสนมากที่สุด และเป็นจุดที่ทำให้คนโดนเรียกเก็บย้อนหลังโดยไม่รู้ตัว

หน้าที่ยื่นแบบ เกิดขึ้นเมื่อรายได้ทั้งปีถึงเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสำหรับคนโสดที่มีเงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือนประจำ เกณฑ์นั้นต่ำมาก — หลักหกหมื่นบาทต่อปี ไม่ใช่หลักแสน แปลว่าถ้าคุณสตรีมเป็นงานเสริม ได้เดือนละหกพัน คุณก็เข้าเกณฑ์ต้องยื่นแล้ว

ภาษีที่ต้องจ่าย คำนวณจากเงินได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว และ 150,000 บาทแรกของเงินได้สุทธิได้รับการยกเว้น ผลคือคนจำนวนไม่น้อยต้องยื่นแบบ แต่จ่ายภาษี 0 บาท

🌙 จำประโยคนี้ไว้ประโยคเดียวพอ: การยื่นแบบแล้วได้ผลลัพธ์เป็นศูนย์ ไม่ใช่การเสียเวลา — มันคือหลักฐานว่าคุณทำถูกต้อง ส่วนการไม่ยื่นเลยเพราะคิดว่า "ไม่ถึงเกณฑ์" ต่างหากที่เป็นความเสี่ยง

รายได้จากสตรีมมิ่งนับเป็นเงินได้ประเภทไหน

เรื่องนี้กำหนดว่าคุณหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ซึ่งกระทบตัวเลขสุดท้ายโดยตรง ในทางปฏิบัติ รายได้ของสตรีมเมอร์มักตกอยู่ในสองกลุ่ม

ลักษณะรายได้ มักถูกจัดเป็น การหักค่าใช้จ่าย
ค่าตอบแทนรายชั่วโมงจากสตูดิโอ / ค่าจ้างรับทำงานให้ เงินได้ประเภทที่ 2 หักเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
รายได้จากการประกอบกิจการเอง เช่น ขายของ รับสปอนเซอร์ ทำคอนเทนต์ครบวงจร เงินได้ประเภทที่ 8 หักตามจริงพร้อมหลักฐาน หรือเหมาตามประเภทกิจการ

ความต่างที่สำคัญคือ ประเภทที่ 8 เปิดให้หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ ซึ่งคุ้มกว่ามากถ้าคุณลงทุนอุปกรณ์จริงจัง — ไมค์ กล้อง ไฟ คอมพิวเตอร์ ค่าเน็ต ค่าไฟส่วนที่ใช้ทำงาน ค่าจ้างคนตัดคลิป ค่า commission ศิลปินทำ avatar (ดูว่าของพวกนี้ราคาเท่าไหร่จริงใน รายการอุปกรณ์เริ่มต้น) แต่แลกมากับการต้องเก็บใบเสร็จให้ครบทุกใบ ถ้าเก็บไม่ครบ การหักเหมาจะง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า

คนส่วนใหญ่ที่รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจากสตูดิโอจะอยู่ในกลุ่มแรก ตัวอย่างทั้งหมดในบทความนี้จึงคำนวณบนสมมติฐานนั้น เพื่อให้เทียบกันได้

คำนวณทีละขั้น — 4 ขั้นตอน จบ

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่กลัว มีแค่สี่ก้าว

ก้าวที่ 4 คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด อัตราขั้นบันไดหมายความว่า เงินแต่ละช่วงถูกคิดในอัตราของช่วงนั้น ไม่ใช่ว่าพอรายได้ข้ามเส้นแล้ว ทั้งก้อนจะโดนอัตราใหม่ทันที

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) อัตราภาษีของช่วงนั้น
0 – 150,000ยกเว้น
150,001 – 300,0005%
300,001 – 500,00010%
500,001 – 750,00015%
750,001 – 1,000,00020%
1,000,001 – 2,000,00025%

*ตารางย่อเฉพาะช่วงที่เกี่ยวกับอาชีพนี้จริง ๆ ขั้นที่สูงกว่านี้ยังมีต่อ และอัตรา/เกณฑ์ปรับได้ ตรวจสอบล่าสุดที่กรมสรรพากรก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวอย่างจริง 3 ระดับรายได้

ทีนี้เอาตัวเลขของสตูดิโอมาใส่จริง สมมติฐานเดียวกันทั้งสามเคส: เป็นเงินได้ประเภทที่ 2, หักค่าใช้จ่ายเหมา, มีเฉพาะลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และไม่มีรายได้ทางอื่น

รายได้/เดือน รวมทั้งปี เงินได้สุทธิ ภาษีทั้งปี คิดเป็น
25,000 บาท 300,000 140,000 0 บาท 0%
50,000 บาท 600,000 440,000 ~21,500 บาท ~3.6%
90,000 บาท 1,080,000 920,000 ~99,000 บาท ~9.2%

อ่านตารางนี้ช้า ๆ อีกรอบ เพราะมันเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องรายได้ไปเลย: คนที่ทำได้เดือนละเก้าหมื่น — ซึ่งอยู่ในกรอบ 60,000–100,000 บาทต่อเดือนที่ราว 50 ชั่วโมงสตรีม ที่เราเปิดเป็นตัวเลขจริงของสตูดิโอ — จ่ายภาษีจริงราว 9% ของรายได้ทั้งปี ไม่ใช่ 20% ตามอัตราของขั้นสุดท้าย

และตัวเลขจริงมักต่ำกว่านี้อีก เพราะเคสข้างบนไม่ได้ใส่ค่าลดหย่อนอื่นเลย ถ้ามีประกันสังคม เบี้ยประกันชีวิต กองทุนเพื่อการออม หรือดอกเบี้ยบ้าน ทุกอย่างไปหักออกจากเงินได้สุทธิก่อนคำนวณทั้งสิ้น

🧮 อยากรู้ว่าชั่วโมงที่คุณทำไหวจริงแปลเป็นรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ก่อน แล้วค่อยเอามาเข้าตารางข้างบน? ลอง เครื่องคำนวณรายได้สตรีมเมอร์ — ฟรี คำนวณในเครื่องคุณเอง ไม่เก็บข้อมูล

ปฏิทินภาษีของคนทำอาชีพอิสระ

คนที่เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อนจะคุ้นกับการยื่นปีละครั้ง แต่ถ้ารายได้ของคุณเป็นแบบประกอบกิจการเอง (ประเภทที่ 5–8) จะมีการยื่นครึ่งปีเพิ่มเข้ามาด้วย

ช่วงเวลา สิ่งที่ต้องทำ
ตลอดทั้งปี เก็บหลักฐานรายรับ–รายจ่าย และกันเงินภาษีไว้ทุกเดือน
กรกฎาคม – กันยายน ยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) สำหรับเงินได้ประเภทที่ 5–8
มกราคม – มีนาคม ยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ของรายได้ปีก่อนหน้า

การยื่นออนไลน์ผ่านระบบของกรมสรรพากรมักได้ขยายเวลาออกไปอีกไม่กี่วันจากกำหนดกระดาษ แต่อย่าวางแผนโดยพึ่งส่วนขยายนั้น ให้ถือกำหนดเดิมไว้ก่อนเสมอ

อีกเรื่องที่ควรรู้: ถ้ารายได้ทั้งปีของคุณเกิน 1.8 ล้านบาท จะเข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง ระดับนั้นควรมีผู้ทำบัญชีดูแลแล้ว ไม่ควรจัดการเองอีกต่อไป

5 อย่างที่ควรเริ่มทำตั้งแต่เดือนนี้

ไม่ต้องรอถึงเดือนมีนาคม สิ่งที่ทำให้การยื่นภาษีกลายเป็นเรื่องเจ็บปวด คือการต้องไล่ย้อนหลังสิบสองเดือนในสัปดาห์เดียว

5 ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนโดนย้อนหลัง

ทั้งห้าข้อนี้เราได้ยินซ้ำ ๆ จากคนที่เพิ่งเข้าวงการ

ทำงานกับสตูดิโอ ต่างจากรับเองยังไง

ขอตอบตรง ๆ เหมือนทุกครั้ง: สตูดิโอไม่ได้ยื่นภาษีแทนคุณ หน้าที่ยื่นเป็นของผู้มีเงินได้เสมอ ไม่ว่าจะรับเงินผ่านทางไหน ใครที่บอกว่า "มาอยู่กับเราแล้วไม่ต้องยุ่งเรื่องภาษี" กำลังบอกอะไรที่ไม่จริง

สิ่งที่ต่างจริงคือความชัดเจนของเอกสาร การรับค่าตอบแทนเป็นระบบ — รายสัปดาห์ในช่วงแรก แล้วเปลี่ยนเป็นรายวันเมื่อลงตัว — ทำให้คุณมีชุดหลักฐานที่เรียงตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งไล่ย้อนว่าเดือนพฤษภาคมมีเงินเข้าจากไหนบ้าง เทียบกับการรับกระจายจากหลายแพลตฟอร์มหลายสกุลเงิน ซึ่งเป็นงานประกอบเอกสารที่หนักกว่ามาก

นอกจากนั้นคือส่วนที่เราทำได้จริง: อุปกรณ์ ห้องสตูดิโอ และระบบเราเตรียมไว้ให้แล้ว การฝึกอบรมฟรี ไม่ต้องลงทุนอะไรก่อนสักบาท และทีมโค้ช 2 คน โค้ชชายและโค้ชหญิง ทั้งคู่เป็นโมเดลตัวจริง จะพาผ่านช่วงสามสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นช่วงที่คนเลิกกันเยอะที่สุด รายละเอียดหลักสูตรอยู่ในหน้า ฝึกอบรม

🌙 ยังไม่แน่ใจว่าสายไหนเข้ากับตัวเองก่อนจะไปคิดเรื่องรายได้และภาษี? ลอง ควิซสไตล์สตรีมมิ่ง — 8 คำถาม ไม่ถึง 2 นาที

สรุปสั้นที่สุด

ภาษีไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่เริ่มอาชีพนี้ และไม่ใช่เรื่องที่ควรค้นเจอตอนเดือนมีนาคมปีหน้า สามอย่างที่ทำวันนี้แล้วจบ: แยกบัญชีสำหรับงานนี้, กันเงินไว้ 10% ของทุกยอดที่เข้า, และสมัครระบบยื่นออนไลน์ไว้ล่วงหน้า

ที่เหลือคือการทำรายได้ให้ถึงระดับที่ต้องเสียภาษีจริง ๆ — ซึ่งเป็นปัญหาที่ดีกว่ามาก และเป็นส่วนที่เราช่วยได้ ลองอ่าน ตัวเลขรายได้จริงจากสตูดิโอ แล้วเทียบกับตารางภาษีข้างบนดู

คำถามที่พบบ่อย

ต้อง ถ้าคุณอาศัยอยู่ในไทยและมีเงินได้จากการสตรีม ไม่ว่าจะรับจากสตูดิโอ จากแพลตฟอร์มไทย หรือจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ กฎหมายมองว่าเป็นเงินได้พึงประเมินเหมือนกันหมด แต่ต้องแยกสองเรื่อง คือหน้าที่ยื่นแบบ กับจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริง หลายคนต้องยื่นแบบแต่คำนวณแล้วเสียภาษี 0 บาท เพราะเงินได้สุทธิยังไม่ถึงเกณฑ์

ถ้ารายได้ทั้งปี 600,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% ซึ่งมีเพดาน 100,000 บาท และหักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท จะเหลือเงินได้สุทธิ 440,000 บาท คำนวณตามอัตราขั้นบันไดจะอยู่ที่ประมาณ 21,500 บาทต่อปี หรือราว 3.6% ของรายได้รวม ตัวเลขจริงจะต่ำกว่านี้ถ้ามีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่ม (ลองคำนวณรายได้ของตัวเองก่อน)

ต้องพิจารณา ปัจจุบันผู้ที่อยู่ในไทยครบ 180 วันในปีภาษีและนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ต้องนำเงินก้อนนั้นมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้ามา ความเข้าใจเดิมที่ว่านำเข้าคนละปีแล้วไม่ต้องเสียนั้นเปลี่ยนไปแล้ว เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะและควรยืนยันกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ

ต่างกันที่ความชัดเจนของเอกสาร เมื่อรับผ่านสตูดิโอจะมีหลักฐานการจ่ายเงินเป็นชุดชัดเจน ทำให้เวลายื่นแบบไม่ต้องไล่ย้อนสลิปเอง ส่วนหน้าที่ยื่นภาษีเป็นของผู้มีเงินได้เสมอ ไม่ว่าจะรับทางไหน สตูดิโอไม่ได้ยื่นแทนให้ และเราไม่ใช่ที่ปรึกษาภาษี ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรเสมอ (ดูขั้นตอนการสมัครทั้งหมด)

อยากมีรายได้ถึงระดับที่ต้องคิดเรื่องภาษี?

ไม่มีข้อผูกมัด · ฝึกอบรมฟรี · ไม่ต้องลงทุนก่อน · ติดต่อกลับทาง LINE ภายใน 24 ชม.

สมัครงานเลย →

เปิดรับทุกเพศ ทุกรูปร่าง อายุ 18 ปีขึ้นไป · คัดเลือกจากโปรไฟล์ · Work from home ได้

แอด LINE